“อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์” ศูนย์กลางการจัดจำหน่าย และส่งมอบคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดงาน “มหกรรมนิยายนานาชาติ 2025” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 มาในธีม“อ่านอาร์ต” เพราะหนังสือคืองานศิลป์อย่างหนึ่ง เพื่อสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ นักอ่าน และนักสร้างสรรค์ ผ่านการผสมผสานระหว่างศิลปะและวรรณกรรม พร้อมสนับสนุนให้สังคมเป็นสังคมแห่งการอ่านและสร้างสรรค์ต่อไป พบกันได้ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น.

งานมหกรรมนิยายนานาชาติ จัดมาแล้ว 5 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีรูปแบบงานที่แตกต่างกันไป ได้แก่เมืองนิยาย, Paper Town, Dream, The Novel Street, ใครฆ่าลิลลี่ และปีนี้ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 มาในธีม “อ่านอาร์ต”

อ่านอาร์ต : มหกรรมนิยายนานาชาติ 2025 (Art Through Stories: International Fiction Festival 2025) เป็นงานหนังสือที่มอบประสบการณ์ในการเดินงานหนังสือที่ไม่เหมือนใคร เพื่อทำให้หนังสือเข้าสู่กลุ่มนักอ่านได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น และด้วยในปัจจุบันกระแสของหนังสือนิยายยังแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น นิยายสืบสวนสอบสวน นิยายวาย รวมถึงวรรณกรรม ทางร้านนายอินทร์จึงจับเทรนด์การอ่านดังกล่าว มานำเสนอและสร้างสรรค์งานหนังสือรูปแบบใหม่ขึ้นมา

ซึ่งในยุคนี้หนังสือไม่ใช่เพียงแค่สิ่งพิมพ์ หรือแผ่นกระดาษที่เล่าเรื่อง แต่คือผลงานที่รวบความความคิด จินตนาการ และความรู้สึกต่างๆ ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรที่ร้อยเรียงอย่างปราณีตบรรจง เป็นองค์ประกอบศิลป์อย่างหนึ่งที่เชื่อมต่อโลกของคนอ่าน และคนเขียนเข้าด้วยกัน คอนเซ็ปต์ของปีนี้จึงเป็นการอ่านหนังสือ เหมือนเสพงานศิลป์อย่างหนึ่ง

ความพิเศษของปีนี้ก็คือ นอกจากสายอ่านที่จะฟินกับกองทัพหนังสือแล้ว ยังได้เสพผลงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังมากมาย เรียกว่าเอาใจทั้งสายอ่าน และสายอาร์ต โดยภายในงานจะพบกับกิจกรรมที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่

อ่านอาร์ตแกลเลอรี
ชมนิทรรศการงานศิลปะจากศิลปินทั้ง 33 ท่าน ตลอด 10 วันเต็ม ซึ่งเป็นผลงานศิลปะจากศิลปินหลากหลายแนวทั่วประเทศ นำโดย Linecencor, Cheese Arnon, Jitti Robot, Wood You Mind

Linecensor: ศิลปินชื่อดังที่ผสานวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านลายเส้น จุดเด่นเป็นงานที่มีรายละเอียดแน่นและสะท้อนทั้งด้านความเป็นไทยและความวุ่นวายสมัยใหม่ มีผลงานจัดแสดงในไทยและต่างประเทศ (สิงคโปร์, ฝรั่งเศส, เลบานอน, ฮ่องกง) ผ่านนิทรรศการเดี่ยว เช่น “Taboo Agent” ที่ฮ่องกง อีกทั้งยังเป็นศิลปิน NFT บน SuperRare / OpenSea และร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ LINEPUNK
Jitti Robot: ศิลปินผู้สร้างคาแรกเตอร์หุ่นยนต์แนวไลฟ์สไตล์ ถ่ายทอดเรื่องราวเยาว์วัยผ่านตัวละครหุ่นยนต์ “Jittirobot” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความทรงจำในวัยเด็ก ผลงาน คือ นิทรรศการเดี่ยว และกลุ่ม ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ โตเกียว เซี่ยงไฮ้
Cheese Arnon: นักวาดภาพประกอบแนวสตรีทอาร์ต สร้างตัวละคร “The Fox” ซึ่งสื่อถึงความปรับตัว และความอดทน ผลงานเคยโชว์ในแกลเลอรีระดับนานาชาติ เช่น Thinkspace Projects และในหลากหลายเทศกาล
Wood You Mind: ศิลปินงานไม้ และแนวมินิมอล สลักไม้รูปสัตว์ หรือตัวละครน่ารัก ขนาดเล็กเพียง 10–20 ซม. แต่งแต้มสีสันสดใส มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
พร้อมกันนี้ยังได้เปิดพื้นที่ให้ศิลปินร่วมแสดงผลงาน และจำหน่ายผลงานศิลป์ของตนเองอีกด้วย โดยเปิดจำหน่ายในวันเสาร์ที่ 26 ก.ค. 2568 ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป

กิจกรรมเสวนา
นอกจากชมผลงานศิลป์แล้ว มาแวะเติมแรงบันดาลใจต่อกับกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “ศิลปะสู่อาชีพ” เปิดมุมมองการสร้างรายได้จากงานศิลป์ ผ่านประสบการณ์จริงของศิลปินยุคใหม่ ร่วมเรียนรู้แนวทางการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นอาชีพ ตั้งแต่การสร้างผลงาน การสื่อสารคุณค่าไปจนถึงการปรับตัวในยุคปัจจุบันที่เข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อทำให้ศิลปะเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตและการทำงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา

โดยมีแขกรับเชิญพิเศษร่วมเป็นเกียรติในงาน ได้แก่

เกษมสันต์ วีระกุล : ประธานกรรมการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด(มหาชน)
เสริมคุณ คุณาวงศ์ : ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ สาขาศิลปะ
ซุน อวี้เฉิง : รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยการ์ตูน สมาคมการ์ตูนปักกิ่ง
ฟู่ จี่หง : ศิลปินวาดภาพและสมาคมศิลปินฉงชิ่ง
ฯลฯ

ศิลปินวาดภาพสด
ชมงานอาร์ต พร้อมกับเติมแรงบันดาลใจเรียบร้อยแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษกับการวาดภาพสด โดยฟู่ จี่หง ศิลปินชาวจีน สมาชิกสมาคมศิลปินแห่งชาติจีน และรองนายกสมาคมนวัตกรรมจีนแห่งฉงซิ่ง เป็นการแสดงวาดภาพสด เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสู่ผลงานศิลปะ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา

อ่านอาร์ต : มหกรรมนิยายนานาชาติ 2025 งานมหกรรมหนังสือที่จะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ของหนังสือที่ยกทัพทั้งสำนักพิมพ์ นักเขียน และศิลปินที่คุณชอบมาแบบจัดเต็มตลอดงาน พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังมากมาย เรียกได้ว่าไม่ว่าจะสาย อ่าน หรือสายอาร์ตต้องถูกใจงานนี้แน่นอน! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/naiinfanclub

By admin

You missed

“Dirty Coffee” กำลังกลายเป็นมากกว่าเมนูกาแฟยอดฮิต แต่เป็นวัฒนธรรมการดื่มรูปแบบใหม่ที่สะท้อนทั้งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ล่าสุด BEANS Coffee Roaster เปิดตัวแคมเปญ “Make it Dirty” ภายใต้แนวคิด “The search ends here. Discover the Best Dirty in Town.” ชวนคอกาแฟสัมผัสนิยามใหม่ของ Dirty Coffee ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโลก Specialty Coffee และ Mixology เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่เช้าจรดค่ำตลอดเดือนมิถุนายน 2569  หัวใจสำคัญของแคมเปญ “Make it Dirty” คือการยกระดับ Dirty Coffee ให้กลายเป็นเมนูที่สะท้อน Craftsmanship ของกาแฟอย่างแท้จริง โดย BEANS ใช้เวลาค้นคว้าและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างนมเย็นจัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ กับเอสเพรสโซเข้มข้นที่สกัดจากเมล็ดกาแฟ Single Origin รหัส C-5 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดึง Aroma, Body และ Coffee Oils ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เกิดรสสัมผัสที่นุ่มลึก กลมกล่อม และมีเลเยอร์ในทุกแก้ว หลังจากเปิดตัวแคมเปญในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มคนรักกาแฟ  ครั้งนี้ BEANS ต่อยอดความสนุกด้วยแนวคิด “Happy Day, Dirty Night” ที่พา Dirty Coffee ก้าวออกจากร้านกาแฟสู่โลกของค็อกเทล ผ่านการร่วมงานกับบาร์และ Mixologist ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์ “Dirty Cocktail” สูตรพิเศษ ที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Dirty Coffee มาถ่ายทอดในมิติใหม่ของการดื่มยามค่ำคืน โดยความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้ เมล็ดกาแฟของ BEANS เพื่อให้ผู้ดื่มสามารถสนุกกับรสชาติของกาแฟในรูปแบบค็อกเทล ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟ แต่ก็เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกของ Nightlife และ Mixology ไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กลับคอกาแฟ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 BEANS ได้จับมือกับบาร์และร้านดังรวม 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ร่วมสร้างสรรค์เมนู Dirty Cocktail ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละร้าน ไม่ว่าจะเป็น  1. TICHUCA (ชั้น 46 T-One, ทองหล่อ): Rooftop Jungle Tiki Style 360° Bangkok View DIRTY ROASTED เอสเพรสโซมาร์ตินีที่ผสานกลิ่นดอกมะลิและข้าวหอมมะลิ เข้มหอมลึกในสไตล์ทรอปิคอล 2. PAPER PLANE PROJECT (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Creative Space by Day Cocktail Bar by Night DIRTY REMY’S COFFEE ค็อกเทลเสิร์ฟอุ่น ปิดด้วยครีมนมและผิวส้ม สร้างสัมผัสอบอุ่นที่เชื่อมกาแฟกับ Nightlife 3. TAHONA (ชั้น 33 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Hunting Cave Concept Local Ingredient Focus TROPICAL DIRTY MARTINI เอสเพรสโซมาร์ตินีสไตล์เขตร้อน กลิ่นกล้วย ดอกชมนาด และกาแฟสูตรใหม่ 4. SANCTUARY BAR (ชั้น 34 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Premium Hideout Intimate Atmosphere DIRTY PEATY ค็อกเทลแนว Spirit Forward นุ่มใส ไม่ขุ่น มีกลิ่น Smoke บางๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกจิบ 5. GIR (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Forest & City Co-Existence Concept RAINFOREST BREW Sparkling Cocktail สกัดกลิ่นกาแฟใต้อุณหภูมิต่ำ ผสมผลไม้ป่าและ Sherry หอมนุ่มซ่า 6. NOT FROM SAN SEBASTIAN (ทองหล่อ): Spanish Wine Bar Tapas Playful Concept CAFÉ DEL MANGO Coffee Tonic Twisted ซ่า เปรี้ยว กลิ่นมะม่วงและดอกไม้ สดชื่นตั้งแต่จิบแรก 7. BLACK CABIN (พระราม 4): Live Music Industrial Vintage  BOW AND ARROW กาแฟดำลึกผสานรสหวานธรรมชาติจากผลไม้ป่า มีเลเยอร์ที่ซับซ้อนในทุกจิบ MUTED BUZZ ค็อกเทลคลาสสิกร่วมสมัย กลิ่น Herbal นุ่มๆ ผสานมิติกาแฟอย่างสมดุล LAST POUR กาแฟบ่มถังวิสกี้ ผสมเชอร์รี่และความหอมถั่ว  8. SUNDRY (4-Floor Social Club): Hi-Fi Sound Asian Spirits  Dirty Morkhaeng ได้แรงบันดาลใจจาก ‘หม้อแกง’ ขนมไทยคลาสสิคนำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Dirty After Dark  Dirty King Cake เครื่องดื่มที่ผสมผสาน BEANS Espresso เพื่อเติมความอบอุ่นด้วย Cinnamon Syrup และ บาลานซ์รสชาติด้วย Citric ให้ดื่มง่ายและสดชื่นมากขึ้น Dirty Irish Whisky Highball เครื่องดื่มที่ผสมผสาน B5 Coffee และ Caramel Syrup ให้ความสดชื่นและความซ่าที่ดื่มง่าย ปิดท้ายด้วย Cream Foam เนียนนุ่ม ช่วยบาลานซ์รสชาติ Smoky และกาแฟได้อย่างลงตัว 9. OFTR (ONE FOR THE ROAD ซอยสุขุมวิท 31): Classic Dive Bar · Inspired by the Film ‘One for the Road’ DIRTY MIDNIGHT ค่ำคืนที่เข้มข้น Decaf Espresso ผสมคาราเมลและครีมนม หอม นัว ดื่มง่ายทุกจิบ SWEET RUMOR นุ่มลึกและซับซ้อน Decaf Espresso เพิ่ม Aroma กาแฟในสไตล์หวาน Nutty อบอุ่น DAYLIGHT SPARK Dirty ในมุมสดชื่น กลิ่น Herbal ผสม Citrus  10. 008 BAR (ชั้น 11 Eight Thonglor): Speakeasy Prohibition Era Champion Bartender DIRTY BREW MISSION Sparkling Cocktail ชาดอกมะลิและบ๊วยเค็มอัดก๊าซ ปิดด้วยโฟมกาแฟโรสแมรี่ DIRTY SPIRIT เข้มข้นรสขมหวาน Decaf กาแฟโคลอมเบียและดาร์กช็อกโกแลต สำหรับคนชอบรสจัด JAZZ DIRTY SOUL สมดุลนุ่มนวล อัลมอนด์มิลก์แอปริคอต น้ำส้ม และกาแฟ C-5 Brazil Cerrado 11. JERRY (24 Boulevard): American Retro Diner & Bar Groovy Live Music DIRTY CRIMSON CLOUD สีแดงสด สนุกสดใส เอสเพรสโซผสม Red Berry เบาๆ ปิดด้วย Red Bean Whipped Cream DIRTY AMBER SKY Summer Sparkling สไตล์ Cold Brew ผสมส้มและน้ำผึ้ง  DIRTY WATCH TOWER Tropical After Dark กาแฟผสมอบเชยและน้ำมะพร้าว เสิร์ฟบนน้ำแข็งป่น Top Soda 12. XIN XE GOI (นานา-เยาวราช): Contemporary Cook-Shop 3-Floor Social Space Rooftop View DIRTY MIND เอสเพรสโซและ Tiramisu Syrup รสสัมผัสหอมหวานทีรามิสุ นัวและมีเลเยอร์กาแฟชัดเจน PB&J TOAST กาแฟผสม Cherry และ Apple Juice ปิดด้วย Strawberry Jam และ Peanut Butter Cream พิเศษสำหรับลูกค้า BEANS สามารถนำ คูปองแลกเครื่องดื่มจากหน้าร้าน BEANS เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน เพื่อแลกรับ Dirty Cocktail ฟรีที่บาร์พันธมิตรได้ ขณะที่ลูกค้าจากบาร์พันธมิตรเอง ก็สามารถนำคูปองจากบาร์พันธมิตรแลกรับเมนู Dirty ที่ร้าน BEANS ฟรีได้เช่นกัน โดยเครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ออฟฟิเชียล แอคเค้าท์ หรือเฟสบุ๊คของ BEANS  Hashtag : @beans,bkk #MakeItDirty #Itsnoteasybeingdirty #BEANSCoffeeRoaster #PerfectDirtyMoment #BEANSNo.1Dirty