กรุงเทพฯ 26 พฤษภาคม 2569 — บริษัท นำเชา ประเทศไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากข้าว ปีนี้วางกลยุทธ์ และแผนทางธุรกิจเจาะตลาดผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้เดินหน้าประกาศก้าวสำคัญครั้งใหม่ขององค์กรภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Journey into the Future” สะท้อนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารโลก ผ่านนวัตกรรมที่ผสาน “สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านการเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย และร่วมสนุกกับกิจกรรมอีกมากมายภายในบูธ ณ บูธ No. 3 – M01, Hall 3 อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

คุณเอกศักดิ์ แก้วเกต รองผู้จัดการทั่วไป (Vice General Manager) บริษัท นำเชา ประเทศไทย ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์และทิศทางกลยุทธ์ในปีนี้ไว้ว่า “ปัจจุบันคือช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน ทั้งในแง่ของพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางตลาดอาหารโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ ควบคู่ไปกับคุณภาพ ความสนุก ความสะดวก อาหารจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “รสชาติ” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารที่เข้าถึงง่าย สนุก ทันสมัย และสามารถตอบโจทย์ตลาดโลกได้ในระยะยาว
นำเชา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากข้าวในระดับสากล ด้วยการส่งออกไปแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และยังคงเป็นผู้ส่งออก Rice Cracker อันดับ 1 พร้อมแล้วที่จะประกาศก้าวสำคัญภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘New Journey into the Future’ เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Better-for-you และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยแนวคิด ‘Future for Everyone Wellness Everyday’ เพราะเราเชื่อว่าอนาคตที่ดี เริ่มต้นจากสุขภาพที่ดีในทุกวัน การเดินทางครั้งใหม่นี้จะเป็นการปรับภาพจำของ
แบรนด์ให้มีความทันสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านการสร้างแบรนด์ การพัฒนาสินค้าใหม่ ควบคู่กับการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม รวมถึงการต่อยอดธุรกิจ ODM, OEM ระดับคุณภาพ เพื่อรองรับพันธมิตรทั่วโลก

อีกหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ การเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ตอบโจทย์สาย Healthy & Street Food โดยโฟกัสกลุ่มสินค้าหลักได้แก่
1. BinBin Multigrain (บินบิน มัลติเกรน) นวัตกรรมขนมข้าวอบกรอบรูปแบบใหม่ ภายใต้สโลแกน “อร่อยกว่าที่คิด ดีต่อใจกว่าที่เคย” ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ แต่ยังคงต้องการความอร่อย ความสะดวก และความสนุกในการรับประทานขนมในทุกวัน BinBin Multigrain ผลิตจากข้าวหอมมะลิไทย ผสานคุณค่าจากซูเปอร์เกรนส์ 3 ชนิด คือ ข้าวกล้อง งาดำ และเมล็ดแฟลกซ์ พร้อมจุดเด่นในฐานะ Better-For-You Snack หรือ ขนมทางเลือก
ที่ดีกว่า ด้วยคุณสมบัติอบไม่ทอด ไขมันน้อยกว่า 50% โดยปราศจากกลูเต็น (Gluten free) และไม่มีการเติมวัตถุกันเสีย สี หรือผงชูรส ตอบโจทย์เทรนด์ Healthy Snacking ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
พร้อมเติมสีสันให้ตลาดขนมขบเคี้ยวด้วย 2 รสชาติใหม่ได้แก่
⦁ Triple Cheese ผสานรสชาติชีสยอดนิยม 3 ชนิดได้แก่ พาเมซาน, เชดด้า, และโรมาโน่ ที่มอบความเข้มข้น หอมมันของชีสแบบเต็มคำ เคี้ยวเพลินทุกชิ้น
⦁ Chilli Nori ที่ผสานความเผ็ดเบา ๆ เข้ากับกลิ่นหอมของสาหร่ายสไตล์ญี่ปุ่นอย่างลงตัว ให้รสชาติกลมกล่อม แปลกใหม่ และสนุกยิ่งขึ้นในทุกคำ
สร้างประสบการณ์การทานที่สนุก และเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน
2. Mee Jang (หมี่จัง) แบรนด์อาหารกึ่งสำเร็จรูปรุ่นใหม่ ที่หยิบแรงบันดาลใจจากเมนู Street Food ระดับโลก มานำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ทันสมัย และตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวก รวดเร็ว และความอร่อยแบบเต็มรสในทุกมื้อ
Mee Jang โดดเด่นด้วยการผสมผสานเส้นหลากหลายสไตล์ ทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวจากข้าวที่มีสัมผัสเหนียวนุ่ม และเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสไตล์เกาหลีที่หนึบเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับรสชาติสูตรต้นตำรับที่สะท้อนเสน่ห์ของอาหารสตรีตฟูดจากหลากหลายประเทศได้อย่างชัดเจน
เปิดตัวพร้อม 3 รสชาติยอดนิยม ได้แก่
⦁ ผัดไทย — ครบรส เปรี้ยวหวานลงตัว พร้อมกลิ่นอายสตรีตฟูดไทยแบบต้นตำรับ
⦁ ก๋วยเตี๋ยวเรือ — น้ำซุปเข้มข้น กลมกล่อม หอมเครื่องเทศไทยสไตล์ดั้งเดิม
⦁ หมี่โกเรง — เมนูสตรีตฟูดสไตล์อินโดนีเซีย รสชาติจัดจ้าน หวานนำ เผ็ดตามอย่างลงตัว
นอกจากรสชาติที่โดดเด่น Mee Jang ยังได้รับมาตรฐาน ฮาลาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคสามารถอิ่มอร่อยได้อย่างสบายใจในทุกมื้อ
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ นำเชา ประเทศไทย สามารถครองตำแหน่ง “ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากข้าว” มาได้อย่างยาวนาน ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลกมากว่า 30 ปี คือประสบการณ์และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกอย่างลึกซึ้ง (Deep Consumer Insights) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติ ไลฟ์สไตล์ หรือแนวโน้มตลาดที่แตกต่างกัน
การก้าวเดินครั้งใหม่ในปี 2026 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำมาตรฐานคุณภาพและนวัตกรรมที่ได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า “ข้าวไทย” สามารถแปรรูปเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้อย่างสบายใจในทุกมื้อ และพร้อมจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกอย่างแท้จริง” คุณเอกศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

และยังมี “น้องบินบิน” มาสคอตประจำแบรนด์ Bin Bin ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ และสื่อสารความเป็นมิตรของผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวและเด็ก ๆ ด้วยบุคลิกที่ สนุก สดใส และทันสมัย มาสคอตตัวนี้จะช่วยสร้าง Emotional Connection ผ่านกิจกรรมการสื่อสารบนออนไลน์ และประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่า นำเชา เป็นแบรนด์ที่ใกล้ชิด สนุก และเข้าถึงง่าย ขณะเดียวกันชื่อ “บินบิน” ยังสื่อถึง การเดินทางไกลของแบรนด์ไทย ที่ส่งขนมจากข้าวไทยไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลกอย่างภาคภูมิใจ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองตัวอย่างสินค้าใหม่ๆ พร้อมโหวตและกดไลก์ Facebook Fanpage รับของรางวัลสุดพิเศษไปเลย โดยในปี 2026 ผลิตภัณฑ์ Bin Bin Multigrain และ Mee Jang เตรียมวางจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุม
#NamchowThailand #นำเชาประเทศไทย #BinBinMultigrain #MeeJang #Ricecracker

By admin

You missed

“Dirty Coffee” กำลังกลายเป็นมากกว่าเมนูกาแฟยอดฮิต แต่เป็นวัฒนธรรมการดื่มรูปแบบใหม่ที่สะท้อนทั้งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ล่าสุด BEANS Coffee Roaster เปิดตัวแคมเปญ “Make it Dirty” ภายใต้แนวคิด “The search ends here. Discover the Best Dirty in Town.” ชวนคอกาแฟสัมผัสนิยามใหม่ของ Dirty Coffee ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโลก Specialty Coffee และ Mixology เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่เช้าจรดค่ำตลอดเดือนมิถุนายน 2569  หัวใจสำคัญของแคมเปญ “Make it Dirty” คือการยกระดับ Dirty Coffee ให้กลายเป็นเมนูที่สะท้อน Craftsmanship ของกาแฟอย่างแท้จริง โดย BEANS ใช้เวลาค้นคว้าและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างนมเย็นจัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ กับเอสเพรสโซเข้มข้นที่สกัดจากเมล็ดกาแฟ Single Origin รหัส C-5 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดึง Aroma, Body และ Coffee Oils ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เกิดรสสัมผัสที่นุ่มลึก กลมกล่อม และมีเลเยอร์ในทุกแก้ว หลังจากเปิดตัวแคมเปญในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มคนรักกาแฟ  ครั้งนี้ BEANS ต่อยอดความสนุกด้วยแนวคิด “Happy Day, Dirty Night” ที่พา Dirty Coffee ก้าวออกจากร้านกาแฟสู่โลกของค็อกเทล ผ่านการร่วมงานกับบาร์และ Mixologist ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์ “Dirty Cocktail” สูตรพิเศษ ที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Dirty Coffee มาถ่ายทอดในมิติใหม่ของการดื่มยามค่ำคืน โดยความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้ เมล็ดกาแฟของ BEANS เพื่อให้ผู้ดื่มสามารถสนุกกับรสชาติของกาแฟในรูปแบบค็อกเทล ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟ แต่ก็เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกของ Nightlife และ Mixology ไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กลับคอกาแฟ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 BEANS ได้จับมือกับบาร์และร้านดังรวม 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ร่วมสร้างสรรค์เมนู Dirty Cocktail ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละร้าน ไม่ว่าจะเป็น  1. TICHUCA (ชั้น 46 T-One, ทองหล่อ): Rooftop Jungle Tiki Style 360° Bangkok View DIRTY ROASTED เอสเพรสโซมาร์ตินีที่ผสานกลิ่นดอกมะลิและข้าวหอมมะลิ เข้มหอมลึกในสไตล์ทรอปิคอล 2. PAPER PLANE PROJECT (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Creative Space by Day Cocktail Bar by Night DIRTY REMY’S COFFEE ค็อกเทลเสิร์ฟอุ่น ปิดด้วยครีมนมและผิวส้ม สร้างสัมผัสอบอุ่นที่เชื่อมกาแฟกับ Nightlife 3. TAHONA (ชั้น 33 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Hunting Cave Concept Local Ingredient Focus TROPICAL DIRTY MARTINI เอสเพรสโซมาร์ตินีสไตล์เขตร้อน กลิ่นกล้วย ดอกชมนาด และกาแฟสูตรใหม่ 4. SANCTUARY BAR (ชั้น 34 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Premium Hideout Intimate Atmosphere DIRTY PEATY ค็อกเทลแนว Spirit Forward นุ่มใส ไม่ขุ่น มีกลิ่น Smoke บางๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกจิบ 5. GIR (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Forest & City Co-Existence Concept RAINFOREST BREW Sparkling Cocktail สกัดกลิ่นกาแฟใต้อุณหภูมิต่ำ ผสมผลไม้ป่าและ Sherry หอมนุ่มซ่า 6. NOT FROM SAN SEBASTIAN (ทองหล่อ): Spanish Wine Bar Tapas Playful Concept CAFÉ DEL MANGO Coffee Tonic Twisted ซ่า เปรี้ยว กลิ่นมะม่วงและดอกไม้ สดชื่นตั้งแต่จิบแรก 7. BLACK CABIN (พระราม 4): Live Music Industrial Vintage  BOW AND ARROW กาแฟดำลึกผสานรสหวานธรรมชาติจากผลไม้ป่า มีเลเยอร์ที่ซับซ้อนในทุกจิบ MUTED BUZZ ค็อกเทลคลาสสิกร่วมสมัย กลิ่น Herbal นุ่มๆ ผสานมิติกาแฟอย่างสมดุล LAST POUR กาแฟบ่มถังวิสกี้ ผสมเชอร์รี่และความหอมถั่ว  8. SUNDRY (4-Floor Social Club): Hi-Fi Sound Asian Spirits  Dirty Morkhaeng ได้แรงบันดาลใจจาก ‘หม้อแกง’ ขนมไทยคลาสสิคนำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Dirty After Dark  Dirty King Cake เครื่องดื่มที่ผสมผสาน BEANS Espresso เพื่อเติมความอบอุ่นด้วย Cinnamon Syrup และ บาลานซ์รสชาติด้วย Citric ให้ดื่มง่ายและสดชื่นมากขึ้น Dirty Irish Whisky Highball เครื่องดื่มที่ผสมผสาน B5 Coffee และ Caramel Syrup ให้ความสดชื่นและความซ่าที่ดื่มง่าย ปิดท้ายด้วย Cream Foam เนียนนุ่ม ช่วยบาลานซ์รสชาติ Smoky และกาแฟได้อย่างลงตัว 9. OFTR (ONE FOR THE ROAD ซอยสุขุมวิท 31): Classic Dive Bar · Inspired by the Film ‘One for the Road’ DIRTY MIDNIGHT ค่ำคืนที่เข้มข้น Decaf Espresso ผสมคาราเมลและครีมนม หอม นัว ดื่มง่ายทุกจิบ SWEET RUMOR นุ่มลึกและซับซ้อน Decaf Espresso เพิ่ม Aroma กาแฟในสไตล์หวาน Nutty อบอุ่น DAYLIGHT SPARK Dirty ในมุมสดชื่น กลิ่น Herbal ผสม Citrus  10. 008 BAR (ชั้น 11 Eight Thonglor): Speakeasy Prohibition Era Champion Bartender DIRTY BREW MISSION Sparkling Cocktail ชาดอกมะลิและบ๊วยเค็มอัดก๊าซ ปิดด้วยโฟมกาแฟโรสแมรี่ DIRTY SPIRIT เข้มข้นรสขมหวาน Decaf กาแฟโคลอมเบียและดาร์กช็อกโกแลต สำหรับคนชอบรสจัด JAZZ DIRTY SOUL สมดุลนุ่มนวล อัลมอนด์มิลก์แอปริคอต น้ำส้ม และกาแฟ C-5 Brazil Cerrado 11. JERRY (24 Boulevard): American Retro Diner & Bar Groovy Live Music DIRTY CRIMSON CLOUD สีแดงสด สนุกสดใส เอสเพรสโซผสม Red Berry เบาๆ ปิดด้วย Red Bean Whipped Cream DIRTY AMBER SKY Summer Sparkling สไตล์ Cold Brew ผสมส้มและน้ำผึ้ง  DIRTY WATCH TOWER Tropical After Dark กาแฟผสมอบเชยและน้ำมะพร้าว เสิร์ฟบนน้ำแข็งป่น Top Soda 12. XIN XE GOI (นานา-เยาวราช): Contemporary Cook-Shop 3-Floor Social Space Rooftop View DIRTY MIND เอสเพรสโซและ Tiramisu Syrup รสสัมผัสหอมหวานทีรามิสุ นัวและมีเลเยอร์กาแฟชัดเจน PB&J TOAST กาแฟผสม Cherry และ Apple Juice ปิดด้วย Strawberry Jam และ Peanut Butter Cream พิเศษสำหรับลูกค้า BEANS สามารถนำ คูปองแลกเครื่องดื่มจากหน้าร้าน BEANS เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน เพื่อแลกรับ Dirty Cocktail ฟรีที่บาร์พันธมิตรได้ ขณะที่ลูกค้าจากบาร์พันธมิตรเอง ก็สามารถนำคูปองจากบาร์พันธมิตรแลกรับเมนู Dirty ที่ร้าน BEANS ฟรีได้เช่นกัน โดยเครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ออฟฟิเชียล แอคเค้าท์ หรือเฟสบุ๊คของ BEANS  Hashtag : @beans,bkk #MakeItDirty #Itsnoteasybeingdirty #BEANSCoffeeRoaster #PerfectDirtyMoment #BEANSNo.1Dirty