{"ARInfo":{"IsUseAR":false},"Version":"1.0.0","MakeupInfo":{"IsUseMakeup":false},"FaceliftInfo":{"IsChangeEyeLift":false,"IsChangeFacelift":false,"IsChangePostureLift":false,"IsChangeNose":false,"IsChangeFaceChin":false,"IsChangeMouth":false,"IsChangeThinFace":false},"BeautyInfo":{"SwitchMedicatedAcne":false,"IsAIBeauty":false,"IsBrightEyes":false,"IsSharpen":false,"IsOldBeauty":false,"IsReduceBlackEyes":false},"HandlerInfo":{"AppName":2},"FilterInfo":{"IsUseFilter":false}}

“ฟู้ดสตาร์” สะท้อนภาพแบรนด์สู่คอนเซ็ปต์ “The Universe of FoodStar” ยกขบวนดาวเด่น       “ดีโด้” “มิกกุ” และ “มิกกุ อิมมู” ร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026                           พร้อมเดินหน้าสร้าง “แบรนด์แห่งทศวรรษ” ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย

​บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้พร้อมดื่มระดับไอคอนภายใต้   แบรนด์ “ดีโด้” “มิกกุ” และ “มิกกุ อิมมู” เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การ “เป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องดื่มในเอเชีย” ผ่านแนวคิด “The Universe of FoodStar – จักรวาลฟู้ดสตาร์” ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์สำคัญขององค์กรในการพัฒนาแบรนด์และนวัตกรรมเครื่องดื่มให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกช่วงวัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่กำลังให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และ Functional Benefit มากขึ้นกว่าที่เคย

​ภายในงานปีนี้ FoodStar ยังคงนำเสนอคอนเซ็ปต์ “The Universe of FoodStar” หรือ “จักรวาลฟู้ดสตาร์” ที่เปรียบผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ของบริษัทเสมือน “ดาว” แต่ละดวงที่มีเอกลักษณ์ จุดเด่น และตัวตนของแบรนด์ (Brand Essence) ของตัวเองอย่างชัดเจน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายในแต่ละกลุ่ม แต่ละช่วงวัย และแต่ละยุคสมัยทั้งในมิติของรสชาติ ไลฟ์สไตล์ อายุ และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน แนวคิดดังกล่าวสะท้อน DNA สำคัญของ FoodStar ที่มองว่า “แบรนด์” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่คือความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้บริโภคกับผลิตภัณฑ์ที่เติบโตไปพร้อมกันในแต่ละยุคสมัย โดยบริษัทเชื่อว่า “ทุกทศวรรษจะต้องมีอย่างน้อย 1 แบรนด์ที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง” และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ FoodStar มุ่งมั่นต่อยอดด้านนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแบรนด์แห่งอนาคตให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ

​จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากหลายปัจจัยทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างประชากร และพฤติกรรมผู้บริโภค โดยหนึ่งในเทรนด์ที่เห็นได้ชัด คือการเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” และประชากรเด็กที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต้องปรับตัวจากการทำตลาดแบบ Mass Market ไปสู่การพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยุคใหม่ยังหันมาให้ความสำคัญกับ “Wellness Lifestyle” และ “Preventive Health” หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น เรามองว่าเทรนด์ดังกล่าวกำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มทั่วโลกเปลี่ยนจากการแข่งขันด้าน “รสชาติ” เพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้าน “Benefit” หรือคุณประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Immunity, Energy, Beauty, Digestive Health, Brain Function หรือ Mental Wellness ซึ่งกำลังกลายเป็น Mega Trend สำคัญของตลาดโลกในตอนนี้”

​ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากผู้เล่นในประเทศและแบรนด์ต่างชาติ FoodStar มองว่า “Innovation” จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถรักษาความแข็งแกร่งในตลาดได้ บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค และตอบโจทย์คนในหลายช่วงวัย ภายใต้แนวคิดเครื่องดื่มที่ “ดื่มได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกวัน” และสามารถสอดรับกับ Behavior ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยยังคงรสชาติความอร่อย กลมกล่อม เหมือนที่เป็นมา

​สำหรับแบรนด์ “ดีโด้ DeeDo” ซึ่งถือเป็นแบรนด์เรือธงที่อยู่คู่ผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน FoodStar ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้สัญชาติไทย ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง ผ่านการสื่อสารสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และพัฒนารสชาติใหม่ๆ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับตลาด และรักษาความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในทุกเจเนอเรชัน ความสำเร็จของ DeeDo เกิดจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกลิ่น รสชาติ และคุณภาพของวัตถุดิบ โดย FoodStar ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ เช่น กลิ่น จากแหล่งคุณภาพระดับ Top 5 ของโลก รวมทั้งคุณภาพของกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย ในราคาที่เหมาะสม จนสามารถครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน

​ด้านแบรนด์ “มิกกุ Mikku” ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น No.1 ในตลาด LAD (Lactic Acid Drink) ผ่านกลยุทธ์การสร้าง Product Innovation อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตลาด และขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ ที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ Mikku อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีไขมัน 0% เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น “Mikku Duolicious” ที่นำ 2 รสชาติมาผสมอยู่ในขวดเดียว เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการดื่ม หรือ “Mikku Dessert Series” เครื่องดื่มที่ให้ความรู้สึกเสมือน “เค้กที่ดื่มได้” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง Innovation Product ที่ช่วยสร้างสีสันใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่มไทย

​อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ล่าสุด “มิกกุ อิมมู Mikku Immu” หนึ่งใน Strategic Product หลักของบริษัท โดย FoodStar มองว่า ตลาด Functional Drink ยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าความสดชื่นเพียงอย่างเดียว Mikku Immu ถูกพัฒนาขึ้นเพราะเราเชื่อว่า “สุขภาพที่ดีเริ่มต้นที่ลำไส้” จึงเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกวัน ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและระบบการย่อยอาหาร พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพควบคู่กับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทั้งยังเตรียมต่อยอด Mikku Immu ในรูปแบบใหม่เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยในเร็วๆนี้

​นอกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก FoodStar ยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มสินค้าสำหรับเด็ก บริษัทได้พัฒนา DeeDo Ice Stick หรือเครื่องดื่มหลอดแช่แข็ง ที่เป็นเจ้าแรกและเจ้าหลัก วางขายมากว่า 20 ปี ที่มีทั้งรสผลไม้ และผลไม้ผสมโยเกิร์ต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ที่สนุก แตกต่าง และตอบโจทย์ทั้งเด็กและครอบครัว รองรับอากาศของประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน พร้อมกันนี้ยังมี Innovation Product อีกหลายรายการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และเตรียมทยอยเปิดตัวสู่ตลาดในอนาคต เพื่อสร้างสีสันใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

​“เราอยากให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า ทุกผลิตภัณฑ์ของ FoodStar ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์คุณภาพ รสชาติ และมาตรฐานที่ดีที่สุด ในราคาที่เหมาะสม เพราะเราเชื่อว่า คุณภาพที่ดีและความอร่อย คือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน” จันทรา กล่าวทิ้งท้าย

​สำหรับ FoodStar ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ไม่ใช่เพียงพื้นที่ในการออกบูธ แต่คือเวทีสำคัญในการสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ของ Foodstar จากตลาดอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยสู่สากล พร้อมเชิญชวนผู้บริโภค นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้ที่สนใจ เข้าร่วมสัมผัสนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของ FoodStar ภายในงานครั้งนี้ ณ บูทเลขที่ 3-P 15 ระหว่างวันที่ (26 – 30 พฤษภาคม 2569) ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึงร่วมติดตามทิศทางการเติบโตและนวัตกรรมใหม่ของบริษัทในอนาคต และโปรโมชั่นพิเศษได้ที่ www.foodstar.co.th

By admin

You missed

“Dirty Coffee” กำลังกลายเป็นมากกว่าเมนูกาแฟยอดฮิต แต่เป็นวัฒนธรรมการดื่มรูปแบบใหม่ที่สะท้อนทั้งรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ล่าสุด BEANS Coffee Roaster เปิดตัวแคมเปญ “Make it Dirty” ภายใต้แนวคิด “The search ends here. Discover the Best Dirty in Town.” ชวนคอกาแฟสัมผัสนิยามใหม่ของ Dirty Coffee ผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโลก Specialty Coffee และ Mixology เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่เช้าจรดค่ำตลอดเดือนมิถุนายน 2569  หัวใจสำคัญของแคมเปญ “Make it Dirty” คือการยกระดับ Dirty Coffee ให้กลายเป็นเมนูที่สะท้อน Craftsmanship ของกาแฟอย่างแท้จริง โดย BEANS ใช้เวลาค้นคว้าและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาสมดุลที่ลงตัวระหว่างนมเย็นจัดสูตรเฉพาะของแบรนด์ กับเอสเพรสโซเข้มข้นที่สกัดจากเมล็ดกาแฟ Single Origin รหัส C-5 ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดึง Aroma, Body และ Coffee Oils ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เกิดรสสัมผัสที่นุ่มลึก กลมกล่อม และมีเลเยอร์ในทุกแก้ว หลังจากเปิดตัวแคมเปญในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากกลุ่มคนรักกาแฟ  ครั้งนี้ BEANS ต่อยอดความสนุกด้วยแนวคิด “Happy Day, Dirty Night” ที่พา Dirty Coffee ก้าวออกจากร้านกาแฟสู่โลกของค็อกเทล ผ่านการร่วมงานกับบาร์และ Mixologist ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์ “Dirty Cocktail” สูตรพิเศษ ที่หยิบแรงบันดาลใจจาก Dirty Coffee มาถ่ายทอดในมิติใหม่ของการดื่มยามค่ำคืน โดยความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้ เมล็ดกาแฟของ BEANS เพื่อให้ผู้ดื่มสามารถสนุกกับรสชาติของกาแฟในรูปแบบค็อกเทล ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟ แต่ก็เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกของ Nightlife และ Mixology ไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กลับคอกาแฟ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2569 BEANS ได้จับมือกับบาร์และร้านดังรวม 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ร่วมสร้างสรรค์เมนู Dirty Cocktail ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละร้าน ไม่ว่าจะเป็น  1. TICHUCA (ชั้น 46 T-One, ทองหล่อ): Rooftop Jungle Tiki Style 360° Bangkok View DIRTY ROASTED เอสเพรสโซมาร์ตินีที่ผสานกลิ่นดอกมะลิและข้าวหอมมะลิ เข้มหอมลึกในสไตล์ทรอปิคอล 2. PAPER PLANE PROJECT (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Creative Space by Day Cocktail Bar by Night DIRTY REMY’S COFFEE ค็อกเทลเสิร์ฟอุ่น ปิดด้วยครีมนมและผิวส้ม สร้างสัมผัสอบอุ่นที่เชื่อมกาแฟกับ Nightlife 3. TAHONA (ชั้น 33 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Hunting Cave Concept Local Ingredient Focus TROPICAL DIRTY MARTINI เอสเพรสโซมาร์ตินีสไตล์เขตร้อน กลิ่นกล้วย ดอกชมนาด และกาแฟสูตรใหม่ 4. SANCTUARY BAR (ชั้น 34 InterContinental Bangkok Sukhumvit): Premium Hideout Intimate Atmosphere DIRTY PEATY ค็อกเทลแนว Spirit Forward นุ่มใส ไม่ขุ่น มีกลิ่น Smoke บางๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกจิบ 5. GIR (ชั้น 40 T-One, ทองหล่อ):  Forest & City Co-Existence Concept RAINFOREST BREW Sparkling Cocktail สกัดกลิ่นกาแฟใต้อุณหภูมิต่ำ ผสมผลไม้ป่าและ Sherry หอมนุ่มซ่า 6. NOT FROM SAN SEBASTIAN (ทองหล่อ): Spanish Wine Bar Tapas Playful Concept CAFÉ DEL MANGO Coffee Tonic Twisted ซ่า เปรี้ยว กลิ่นมะม่วงและดอกไม้ สดชื่นตั้งแต่จิบแรก 7. BLACK CABIN (พระราม 4): Live Music Industrial Vintage  BOW AND ARROW กาแฟดำลึกผสานรสหวานธรรมชาติจากผลไม้ป่า มีเลเยอร์ที่ซับซ้อนในทุกจิบ MUTED BUZZ ค็อกเทลคลาสสิกร่วมสมัย กลิ่น Herbal นุ่มๆ ผสานมิติกาแฟอย่างสมดุล LAST POUR กาแฟบ่มถังวิสกี้ ผสมเชอร์รี่และความหอมถั่ว  8. SUNDRY (4-Floor Social Club): Hi-Fi Sound Asian Spirits  Dirty Morkhaeng ได้แรงบันดาลใจจาก ‘หม้อแกง’ ขนมไทยคลาสสิคนำมาตีความใหม่ในรูปแบบ Dirty After Dark  Dirty King Cake เครื่องดื่มที่ผสมผสาน BEANS Espresso เพื่อเติมความอบอุ่นด้วย Cinnamon Syrup และ บาลานซ์รสชาติด้วย Citric ให้ดื่มง่ายและสดชื่นมากขึ้น Dirty Irish Whisky Highball เครื่องดื่มที่ผสมผสาน B5 Coffee และ Caramel Syrup ให้ความสดชื่นและความซ่าที่ดื่มง่าย ปิดท้ายด้วย Cream Foam เนียนนุ่ม ช่วยบาลานซ์รสชาติ Smoky และกาแฟได้อย่างลงตัว 9. OFTR (ONE FOR THE ROAD ซอยสุขุมวิท 31): Classic Dive Bar · Inspired by the Film ‘One for the Road’ DIRTY MIDNIGHT ค่ำคืนที่เข้มข้น Decaf Espresso ผสมคาราเมลและครีมนม หอม นัว ดื่มง่ายทุกจิบ SWEET RUMOR นุ่มลึกและซับซ้อน Decaf Espresso เพิ่ม Aroma กาแฟในสไตล์หวาน Nutty อบอุ่น DAYLIGHT SPARK Dirty ในมุมสดชื่น กลิ่น Herbal ผสม Citrus  10. 008 BAR (ชั้น 11 Eight Thonglor): Speakeasy Prohibition Era Champion Bartender DIRTY BREW MISSION Sparkling Cocktail ชาดอกมะลิและบ๊วยเค็มอัดก๊าซ ปิดด้วยโฟมกาแฟโรสแมรี่ DIRTY SPIRIT เข้มข้นรสขมหวาน Decaf กาแฟโคลอมเบียและดาร์กช็อกโกแลต สำหรับคนชอบรสจัด JAZZ DIRTY SOUL สมดุลนุ่มนวล อัลมอนด์มิลก์แอปริคอต น้ำส้ม และกาแฟ C-5 Brazil Cerrado 11. JERRY (24 Boulevard): American Retro Diner & Bar Groovy Live Music DIRTY CRIMSON CLOUD สีแดงสด สนุกสดใส เอสเพรสโซผสม Red Berry เบาๆ ปิดด้วย Red Bean Whipped Cream DIRTY AMBER SKY Summer Sparkling สไตล์ Cold Brew ผสมส้มและน้ำผึ้ง  DIRTY WATCH TOWER Tropical After Dark กาแฟผสมอบเชยและน้ำมะพร้าว เสิร์ฟบนน้ำแข็งป่น Top Soda 12. XIN XE GOI (นานา-เยาวราช): Contemporary Cook-Shop 3-Floor Social Space Rooftop View DIRTY MIND เอสเพรสโซและ Tiramisu Syrup รสสัมผัสหอมหวานทีรามิสุ นัวและมีเลเยอร์กาแฟชัดเจน PB&J TOAST กาแฟผสม Cherry และ Apple Juice ปิดด้วย Strawberry Jam และ Peanut Butter Cream พิเศษสำหรับลูกค้า BEANS สามารถนำ คูปองแลกเครื่องดื่มจากหน้าร้าน BEANS เมื่อซื้อเครื่องดื่มที่ร้าน เพื่อแลกรับ Dirty Cocktail ฟรีที่บาร์พันธมิตรได้ ขณะที่ลูกค้าจากบาร์พันธมิตรเอง ก็สามารถนำคูปองจากบาร์พันธมิตรแลกรับเมนู Dirty ที่ร้าน BEANS ฟรีได้เช่นกัน โดยเครื่องดื่มมีจำนวนจำกัดต่อวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ออฟฟิเชียล แอคเค้าท์ หรือเฟสบุ๊คของ BEANS  Hashtag : @beans,bkk #MakeItDirty #Itsnoteasybeingdirty #BEANSCoffeeRoaster #PerfectDirtyMoment #BEANSNo.1Dirty